กินเจอย่างไร ให้สุขภาพดี ไม่กระทบโรคเรื้อรัง

เทศกาลกินเจ เป็นเทศกาลที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เนื่องจากถือเป็นช่วงเวลาของการละเว้นเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์หลังจากที่กินมาตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หากกินเจอย่างไม่ระวัง อาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายและอาจทำให้โรคที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้นได้  

นายแพทย์ภควัต ตั้งจาตุรนต์รัศมี แพทย์ทางด้านโภชนาการ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า อาหารเจเป็นอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ซึ่งอาจรวมถึงไข่และนมด้วย เพราะฉะนั้นในช่วงเทศกาลกินเจ หลายคนจึงมักไปเน้นการกินผักและผลไม้เป็นหลัก

อย่างไรก็ตามอาหารเจส่วนใหญ่มักมีการประกอบอาหารด้วยการผัด ทอด และปรุงรสชาติที่เข้มข้น ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคเบาหวาน ,โรคความดันโลหิตสูง, โรคไตวายเรื้อรังได้ ดังนั้น ผู้ป่วยกลุ่มโรคดังกล่าวควรกินเจอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นปัจจัยทำให้โรครุนแรงขึ้น 

คำแนะนำการกินเจสำหรับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

  • ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรเลือกกินอาหารเจที่มีไขมันต่ำ เช่น อาหารเจต้ม ผัด นึ่ง ย่าง หลีกเลี่ยงอาหารเจทอด
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรเลือกกินอาหารเจที่มีน้ำตาลต่ำ เช่น อาหารเจต้ม ผัด นึ่ง ย่าง หลีกเลี่ยงอาหารเจที่มีน้ำตาลสูง เช่น ขนมหวานเจ น้ำหวานเจ
  • ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคไตวายเรื้อรัง ควรเลือกกินอาหารเจที่มีโซเดียมต่ำ เช่น อาหารเจต้ม ผัด นึ่ง ย่าง หลีกเลี่ยงอาหารเจที่มีโซเดียมสูง เช่น อาหารเจสำเร็จรูป อาหารเจกระป๋อง 

    อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังควรได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างครบถ้วน เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุ เพื่อส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว หากจำเป็นต้องกินเจ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อขอคำแนะนำในการกินเจที่เหมาะสมกับโรคของตัวเอง 

    นายแพทย์ภควัต ตั้งจาตุรนต์รัศมี  
    แพทย์ทางด้านโภชนาการ โรงพยาบาลเวชธานี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *