ครม.หนุนมาตรการรถไฟฟ้าEV3.5วงเงิน3.4หมื่นล้าน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบหลักการมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่ 2 (EV 3.5) ระยะเวลา 4 ปี  วงเงิน 3.4 หมื่นล้านบาท ตามที่คณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เสนอ โดยมาตรการ EV -3.5 เริ่มใช้ 1 ม.ค. 2567 ไปจนถึง 31 ธ.ค.2570

ทั้งนี้ มาตรการในการอุดหนุนค่ายรถยนต์ เพื่อให้สามารถทำโปรโมชั่นลดราคารถ EVตามมาตรการ EV 3.5 ที่บอร์ดEV เห็นชอบก่อนหน้านี้โดย ให้เงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า รถกระบะไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า การปรับลดวงเงินลงจากเดิม 7 หมื่นบาท-1.5 แสนบาท/คัน มาอยู่ที่ 5 พันบาท-1 แสนบาท/คัน ขึ้นกับประเภทรถ และขนาดแบตเตอรี่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ที่มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 50 kWh จะได้รับเงินอุดหนุนระหว่าง 5 หมื่นบาท-1 แสนบาท/คัน สำหรับขนาดแบตเตอรี่ต่ำกว่า 50 kWh จะได้รับเงินอุดหนุนระหว่าง 2-5 หมื่น บาท/คัน

กรณีรถกระบะไฟฟ้าราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ที่มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 50 kWh จะได้รับเงินอุดหนุนระหว่าง 5 หมื่นบาท-1 แสนบาท/คัน

ส่วนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าราคาไม่เกิน 1.5 แสนบาท ที่มีขนาด แบตเตอรี่ตั้งแต่ 3 kWh จะได้รับเงินอุดหนุนระหว่าง 5 พันบาท-1 หมื่นบาท/คัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการกำหนดอัตราเงินอุดหนุนที่เหมาะสม และจะนำเสนอครม. เพื่อพิจารณาต่อไป

สำหรับการลดอากรนำเข้าไม่เกิน 40% สำหรับการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูป (CBU) ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ในช่วง 2 ปี 2567-68 และลดอัตราภาษี สรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2% ราคาน้ำเข้าไม่เกิน 7 ล้านบาท ส่วนการนำเข้าแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและผลิตในประเทศไทย ต้องได้รับมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานตาม มาตรฐานสากลจากศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC).