ครม.เคาะลดค่าไฟ ดีเซลต่ำกว่า 30 บาท ปลุกเที่ยวฟรีวีซ่าจีน 5 เดือน พักหนี้เกษตรกร-เอสเอ็มอีรายเล็ก 3 ปี

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม. มีมติลดค่าไฟฟ้าโดยเริ่มรอบบิลเดือน กันยายน นี้เป็นต้นไป เหลือหน่วยละ 4.10 บาท จากอัตราที่เรียกเก็บในขณะนี้ที่หน่วยละ 4.45 บาท  พร้อมทั้ง เคาะราคาน้ำมันดีเซลให้ต่ำกว่า 30 บาท/ลิตร เริ่ม 20 ก.ย.เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ครม.ยังไฟเขียวฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีน-คาซัคสถานเป็นการชั่วคราวเป็น 5 เดือน เพื่อกระตุ้นรายได้ท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นที่กำลังมาถึง และเพื่อให้เป้าหมายนักท่องเที่ยวตามที่กำหนดไว้ รายได้ที่เข้ามาจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวตามเป้าหมายที่วางไว้ รวมทั้ง ครม.ได้ไฟเขียวมาตรการพักหนี้เกษตรกรและธุรกิจขนาดเล็กเป็นเวลา 3 ปี

ขณะเดียวกัน ครม.ให้ปรับเปลี่ยนการจ่ายเงินเดือนข้าราชการเป็น 2 ครั้ง/เดือน เริ่ม 1 ม.ค.67 ทั้งนี้เพื่อให้การใช้จ่ายเกิดกระแสเงินสดเข้ามาหมุนเวียน.

วิธีการลดราคาน้ำมันดีเซลจะผ่านการลดภาษีสรรพสามิตและเงินอุดหนุนกองทุนน้ำมัน ซึ่งหากต้องการให้ดีเซลต่ำกว่า 30 บาท รัฐต้องหาเงินมา 9 บาท/ลิตร มาอุดหนุน อาจเป็นลดภาษีสรรพสามิต 4 บาท กองทุนน้ำมันอุดหนุน 5 บาท ด้วย scheme นี้ จะมีเงินไหลออกจากกองทุนน้ำมันวันละ 325 ล้านบาท หรือ 1 หมื่นล้านบาท/เดือน ดังนั้น วงเงินกู้ของกองทุนน้ำมันที่เหลืออีก 5 หมื่นล้าน ก็จะอยู่ได้อีกประมาณ 5 เดือน

ส่วนของการลดค่าไฟฟ้า ทำได้ผ่านการลดค่า Ft เพิ่มเติม จากเดิมที่ กกพ. มีมติให้ลด 24 สตางค์/หน่วย เป็น 0.6689 บาท/หน่วย จะต้องลด Ft เพิ่มอีก 10 สตางค์/หน่วยเพื่อทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงเป็น 4.1 บาท/หน่วย ทั้งนี้ ค่า Ft ที่ลดลงรวม 35 สตางค์/หน่วย สอดคล้องกับค่าพลังงานที่ลดลงจริง ทำให้ค่าไฟฟ้าปัจจุบันสอดคล้องกับต้นทุนพลังงาน ซึ่งจะทำให้ไม่มีเงินส่วนเกินมาใช้หนี้ให้กับ กฟผ. แต่อย่างไรก็ตามด้วยแนวโน้มราค่าพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น และการเลื่อนการเพิ่มการผลิตก๊าซจากแหล่งเอราวัณ ซึ่งพบปัญหารอยร้าวที่เครนติดตั้งแท่น เราเชื่อว่าอัตรากำไรของโรงไฟฟ้า SPP จะลดลงในช่วงปลายปีนี้

 

หุ้นที่ได้รับผลกระทบจะเป็น OR, PTG จากขาดทุนสต๊อกน้ำมันประมาณ 2 บาท/ลิตร จากการลดราคาน้ำมันให้ต่ำกว่า 30 บาทในวันที่ 20 ก.ย. โดยในส่วนของโรงไฟฟ้า SPP เช่น GPSC, BGRIM จะได้รับผลกระทบจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง