นายกฯสั่งแก้หนี้ในระบบ16ล้านล้าน ให้จบในรัฐบาลนี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงข่าวจัดการหนี้ทั้งระบบ ว่า ปัญหาหนี้สินเป็นปัญหาเรื้อรังที่อยู่กับสังคมไทยมายาวนาน การดูแลลูกหนี้ในระบบที่ประสบปัญหาจึงถือเป็นวาระแห่งชาติเช่นเดียวกับหนี้นอกระบบ จึงมอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ให้มาร่วมกันแก้หนี้ทั้งระบบให้จบภายในรัฐบาลนี้ ควบคู่ไปกับการร่วมกันสำรวจและซ่อมแซมกลไกทางเศรษฐกิจ เพื่อทำให้เครื่องจักรทางเศรษฐกิจทำงาน เติบโ และขยายตัวต่อไปได้

ทั้งนี้เพื่อให้เห็นภาพแนวทางการแก้ไขปัญหาให้กับลูกหนี้
ที่ชัดเจน แบ่งกลุ่มลูกหนี้ในระบบที่ประสบปัญหาออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1.ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 กลุ่มที่ 2.กลุ่มที่มีรายได้ประจ แต่มีภาระหนี้จำนวนมากจนเกินศักยภาพในการชำระหนี้คืน 3.กลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน ทำให้การชำระคืนหนี้ไม่ต่อเนื่อง และ 4. กลุ่มที่เป็นหนี้เสียคงค้างเป็นเวลานาน

ดังนั้น ทุกกลุ่มที่กล่าวมีข้อสังเกตเหมือนกัน คือไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้จนกลายเป็นหนี้เสีย ถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าผิดนัดชำระหนี้ และวนกลับไปทำให้ชำระไม่ไหวอีกวงจรแบบนี้ส่งผลให้ติดเครดิตบูโร ไม่สามารถขอสินเชื่อในระบบได้ บางรายถูกดำเนินการตามกฎหมาย

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่าตัวเลขหนี้ที่นายกรัฐมนตรี แถลงคิดเป็นมูลหนี้  16 ล้านล้านบาท หรือ 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และครอบคลุมประชากร 5 ล้านคน 12 ล้านบัญชีที่มีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้ ซึ่งในส่วนนี้รวมทั้งหนี้ของสถาบันการเงิน หนี้สหกรณ์ และหนี้กองทุนเพื่อการกู้ยืม เพื่อการศึกษา (ก.ย.ศ.) ในส่วนของหนี้บัตรเครดิตที่เริ่มมีปัญหานั้นอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านใบ จาก 23 ล้านใบที่มีอยู่ ที่มีมาตรการออกมาในการแก้ปัญหาโดยการเข้าโครงการลดดอกเบี้ยลงเหลือ 3 – 5% สำหรับคนที่ไม่มีกำลังจ่ายได้

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)​ กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเร่งจัดทำแพคเกจมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ทั้ง 4 กลุ่มโดยเร็วที่สุด เพื่อนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบ  ส่วนลูกหนี้ชั้นดี กระทรวงการคลัง มีแพคเกจเป็นของขวัญปีใหม่ให้ด้วย เพื่อจูงใจให้เป็นลูกหนี้ชั้นดีต่อไป.