สภาพัฒน์ฯเผยจีดีพีไตรมาส3โตแค่1.5%ลุ้นปี66ได้ 2.5%.

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)  เปิดเผยถึง ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ (จีดีพี) ว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาขยายตัวได้ 1.5% ชะลอตัวลงจาก ในไตรมาส 2  ที่ผ่านมาที่1.8% เป็นผลมาจากส่งออกรวมชะลอลง  ขณะที่การขยายตัวจากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น การใช้จ่ายรัฐบาลลดลง ปัจจัยหลักมาจากการใช้จ่ายด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวกับโรคโควิด-19 ลดลง การอุปโภคบริโภคของครัวเรือนขยายตัวต่อเนื่อง การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ 9 เดือนปี 2566 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.9%

การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคขั้นสุดท้ายของเอกชน ขยายตัว 8.1% ต่อเนื่องจากขยายตัว 7.8 %ในไตรมาสที่ 2 โดยการใช้จ่ายหมวดสินค้ากึ่งคงทนขยายตัว 1.0% เร่งตัวจากไตรมาสที่ 2 ที่ขยายตัว 0.7% หมวดสินค้าไม่คงทนขยาย 4.2% หมวดบริการขยายตัว 15.5% และหมวดสินค้าคงทนชะลอตัว การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคขั้นสุดท้ายของรัฐบาล ลดลง 4.9% จากการลดลง 4.3% ในไตรมาสที่ 2 เป็นผลจากการโอน เพื่อสวัสดิการสังคมที่ไม่เป็นตัวเงินสำหรับสินค้าและบริการในระบบตลาดลดลง 38.6% และรายจ่ายค่าซื้อสินค้าและบริการขยายตัว 0.5%

ส่วนการลงทุนรวม ขยายตัว 1.5 5% จากการขยายตัว 0.45% ในไตรมาสที่ 2 โดยการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 3.1% เร่งขึ้น จากขยาย 1.0% ในไตรมาสที่ 2 เป็นการขยายตัวทั้งด้านการก่อสร้าง และด้านเครื่องจักรเครื่องมือ

ขณะที่การลงทุนภาครัฐลดลง 2.6% ต่อเนื่องจากที่ลดลง 1.1% ในไตรมาสที่ 2 เป็นการลดลงทั้งด้านการก่อสร้างและด้านเครื่องจักรเครื่องมือ

สภาพัฒน์ฯ คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะขยายตัวได้ประมาณ 2.5% ต่อเนื่องจากที่ขยายตัวได้ 2.6% ในปีที่ผ่าน ส่วนปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.7-3.7%