ส.อ.ท.จี้ธปท.กำหนดส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้-เงินฝาก

นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ  ภายใต้หัวข้อ “ดอกเบี้ยสูง หนี้พุ่ง อุตสาหกรรมไปต่ออย่างไร” พบว่า ส.อ.ท. ค่อนข้างมีความกังวลกับการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะดำเนินนโยบายในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.5% เป็นระยะเวลานาน

ขณะที่ประเด็น เรื่องส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก หรือ สเปรดดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ ที่มีความห่างมากเกินไปเป็นลำดับต้น ๆในอาเซียน ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องแบกรับต้นทุนทางการเงิน ส่งผลให้ชะลอการลงทุนใหม่และการผิดนัดชำระหนี้ รวมทั้งกระทบต่อกำลังซื้องประชาชน ดังนั้น ส.อ.ท. จึงเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) พิจารณาส่วนต่างดอกเบี้ยของเงินฝากและสินเชื่อ หรือสเปรดดอกเบี้ยที่เหมาะสม เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน

นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงิน บล.เกียรตินาคินภัทร  กล่าวถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบัน 2.5% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ ติดลบ ถือเป็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่รุนแรงมาก กว่าที่ทางการคาดการณ์ไว้ ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยที่สูงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเห็นชัดเจน ส่วนจะตอบเป็นวิกฤตหรือไม่นั้น มองว่าแต่ละคนได้รับผลกระทบแตกต่างกัน ถามคนมีรายได้น้อย มีหนี้สินมากคำตอบ คือ เกิดวิกฤติ แต่ถ้าเอานิยามตามเศรษฐกิจทั่วไป ก็ยังไม่เกิดวิกฤต คิดว่า เรื่องนี้อยู่ที่ถามใคร และได้รับผลกระทบขนาดไหน.