หนี้ครัวเรือนยังน่าห่วงพุ่ง16.2ล้านล้านบาท ยึดรถเพิ่ม

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึง สถานการณ์หนี้สินครัวเรือนไทย ไตรมาส3 ปี 2566 ซึ่งเป็นตัวเลขล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า มีมูลค่า 16.2 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3.3% แม้ว่าจะชะลอตัวลงจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน แต่ยังอยู่ในสัดส่วนที่สูง GDP อยู่ที่ 90.9% ต่อGDP

โดยจากข้อมูลจะครัวเรือนชะลอการก่อหนี้ ยกเว้นสินเชื่อส่วนบุคคลยังคงขยายตัวต่อเนื่อง 3.5% จาก 3.2% ของไตรมาสที่ผ่านมา ทั้งกลุ่มที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัว มีเหตุฉุกเฉินและจำเป็นต้องใช้เงิน หรือนำไปจ่ายหนี้สินหรือรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต

ส่วนคุณภาพสินเชื่อ พบว่าด้อยลงทุกประเภทสินเชื่อ จากข้อมูลธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส3 ปี 2566 พบว่า ยอดคงค้างหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) มีมูลค่า 1.52 แสนล้านบาท ขยายตัว 7.9% จาก 2.7% ในไตรมาสก่อน และคิดเป็นสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมที่ 2.79% เพิ่มขึ้นจาก 2.71% ในไตรมาสก่อน

โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อบัตรเครดิต มีสัดส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อรวม 3.24% และ 3.34% ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เช่นเดียวกับสินเชื่อยานยนต์มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น จาก 2.05% ของไตรมาสที่ผ่านมา เป็น 2.10% สอดคล้องกับข้อมูลสถิติการยึดรถยนต์ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในปี 2566 ที่เพิ่มขึ้นเป็น 25,000 – 30,000 คันต่อเดือน.