หุ้นไทยเจอถล่มขายติดดัชนีใกล้แตะ 1300 จุด วันเดียวร่วง 30 จุด เงินไหลออก 1.7แสนล้าน

นายภากร ปิตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดถึงกรณี ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงมาอย่างแรงกว่า 30 จุด และลดลงมาอย่างต่อเนื่องจากดัชนี 1600 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1370 จุด ว่า ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงตามภูมิภาค แต่ถือว่าเป็นการปรับลดลงมากสุดในภูมิภาคเดียวกัน  แม้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะลงมาในทิศทางเดียวกัน ยอมรับว่าการประเมินในภาพรวมค่อนข้างลำบาก  ซึ่งถือว่ามีความไม่แน่นอนสูง จึงฝากถึงนักลงทุนให้ติดตามข้อมูลและผลกระทบให้รอบคอบ

ผู้จัดการ ตลท. ชี้แจงว่า ตลาดหุ้นร่วงแรงจากปัจจัยภายนอก ซึ่งยังผันผวนต่ออีกไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนเงินทุนไหลออก 1.7 แสนล้านบาท แม้ปี 2565 มีเงินเข้ามาซื้อหุ้นไทยถึง 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นแค่เงินลงทุนระยะสั้น แต่การถือครองหุ้นไทยในระยะยาว ของต่างชาติลดลงน้อยมาก  หากย้อนไปเดือน พ.ย.2565 ถือครองหุ้นไทย 29% และในเดือน ต.ค. 2566 ถือครองหุ้นไทยใกล้เคียงกับปีก่อน แต่การปรับลดลงของดัชนีหุ้นไทย ทำให้ปริมาณเม็ดเงินที่ถือครองหุ้นลดลงจาก 5.75 ล้านล้านบาท ลดลงเหลือ 5.02 ล้านล้านบาท ส่วนที่ขายออกไปมาก ๆ เป็นการถือครองหุ้นในระะยสั้น ส่วนการถือครองหุ้นระยะยาวไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก

ส่วนปริมาณการซื้อขายผิดปกติ ยังไม่พบความผิดปกติธุรกรรมชอร์ตเซล-โปรแกรมเทรดฯ พร้อมเชื่อหุ้นไทยยังมีเสน่ห์ แนะภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว และเชื่อว่าปัจจัยลบในต่างประเทศคลี่คลาย โดยเฉพาะสงครามในตะวันออกกลาง จะมีโอกาสให้ตลาดหุ้นไทยพลิกกลับมาได้ เพราะปัจจัยพื้นฐานของประเทศไม่ได้มีปัญหา

บล.เอเซียพลัส ชี้หุ้นไทยลงแรงกว่าที่คิด จากความกังวลสงครามอิสราเอล-ฮามาสที่คาดว่าจะยืดเยื้อ ประกอบกับด้านเทคนิค ดัชนีที่หลุดแนวรับจิตวิทยาที่ 1,385 จุด กดดันบรรยากาศการลงทุนรุนแรง แนะกลยุทธ์ลงทุนให้ชะลอการเก็งกำไรระยะสั้น สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงไม่ได้ ส่วนนักลงทุนระยะกลาง-ยาวแนะเลือกซื้อหรือถือหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี ด้านเทคนิคระยะสั้นให้แนวรับไว้ที่ 1,360-1,350 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,385 จุด