เศรษฐาแถลงแก้หนี้เสียกว่า6.3แสนบัญชีกว่า4พันล.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมด้วยตัวแทนผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบเปิดเผยว่า ความคืบหน้าของหนี้ในระบบนั้นแบ่งกลุ่มลูกหนี้ออกเป็น 4 กลุ่ม บางกลุ่มได้รับความช่วยเหลือไปแล้ว แต่บางกลุ่มยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานให้แล้วเสร็จ

กลุ่มที่ 1 คือ ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19  ลูกหนี้รหัส 21  ลูกหนี้กลุ่มนี้ได้รับการช่วยเหลือ โดยปิดบัญชีหนี้เสียแล้ว กว่า 630,000 บัญชี มูลหนี้ 4,000 ล้านบาท ช่วยให้ลูกหนี้กลับมามีสถานะปกติในระบบเครดิตบูโร อีกทั้งยังมีการปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ เอสเอ็มอีกว่า 10,000 ราย มูลหนี้กว่า 5,000 ล้านบาท

กลุ่ม 2 คือลูกหนี้มีรายได้ประจำ แต่มีภาระหนี้มากจนเกินศักยภาพในการชำระหนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือขอความร่วมมือให้สหกรณ์ออมทรัพย์ทุกแห่ง คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไม่สูงจนเกินไป ไม่ควรเกิน 4.75%  สามารถช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ได้ 3,000,000 ราย นอกจากนี้ ลูกหนี้บัตรเครดิตได้เข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ 150,000 บัญชี

กลุ่ม3 คือ กลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน ทำให้การชำระคืนหนี้ไม่ต่อเนื่อง โดยเกษตรกรได้รับการพักชำระหนี้ 1,800,000 ราย มูลหนี้รวม 250,000 ล้านบาท ลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษากองทุน (กยศ.) ได้เข้ามาติดต่อขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้ว 600,000 ราย ซึ่ง กยศ. สามารถลดหรือปลดหนี้ให้กับลูกหนี้กลุ่มนี้ได้

กลุ่มที่ 4 คือ กลุ่มที่มีหนี้เสียคงค้างกับสถาบันการเงินมาเป็นระยะเวลานาน โดยปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีหลักเกณฑ์การร่วมทุนระหว่างสถาบันการเงินกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ ธนาคารออมสินอยู่ระหว่างเจรจาผู้ร่วมทุน คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปี 2567 เมื่อการจัดตั้งแล้วเสร็จลูกหนี้กลุ่มนี้จะโอนขายไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ตั้งขึ้นใหม่ เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป.